อุทธรณ์และร้องทุกข์

การอุทธรณ์หรือร้องทุกข์

ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์


           การอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ ตามประกาศคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการอุทธรณ์และร้องทุกข์ และวิธีการพิจารณาอุทธรณ์และร้องทุกข์ ของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การยื่นหนังสืออุทธรณ์หรือคำร้องทุกข์ให้ยื่นต่อพนักงานผู้รับอุทธรณ์และร้องทุกข์ของส่วนงานที่สังกัดหรือที่กองกฎหมาย ชั้น 4 อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย 3 หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ

ผู้มีสิทธิอุทธรณ์

1.ผู้มีสิทธิอุทธรณ์มี ดังนี้

(1) พนักงานมหาวิทยาลัยที่ถูกลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ปลดออก หรือไล่ออก

(2) พนักงานมหาวิทยาลัยที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินและ ก.บ. ได้พิจารณาวินิจฉัย อุทธรณ์แล้ว จะต้องถูกสั่งเลิกจ้างตามเงื่อนไขที่ ก.บ. กําหนด

(3) ข้าราชการที่ถูกลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน

(4) ลูกจ้างประจําที่ถูกลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดค่าจ้าง ลดขั้นค่าจ้าง ปลดออก หรือไล่ออก

 2.แบบหนังสืออุทธรณ์

การอุทธรณ์ต้องทําเป็นหนังสือถึงประธาน ก.อ.ร. โดยใช้ถ้อยคําสุภาพ และมีสาระสําคัญ ดังต่อไปนี้

(1) ชื่อ ชื่อสกุล ตําแหน่ง สังกัด และที่อยู่สําหรับการติดต่อเกี่ยวกับการอุทธรณ์ของ ผู้อุทธรณ์

(2) คําสั่งที่เป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์ และวันที่รับทราบคําสั่ง

(3) ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ผู้อุทธรณ์ยกขึ้นเป็นข้อคัดค้านคําสั่งที่เป็นเหตุแห่งการ

(4) คําขอของผู้อุทธรณ์

(5) ลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ หรือทายาท หรือผู้ได้รับมอบหมายให้อุทธรณ์แทน กรณี จําเป็นตาม ข้อ 4

3.หลักฐานประกอบการอุทธรณ์

          ให้ผู้อุทธรณ์จัดทําสําเนาหนังสืออุทธรณ์ และสําเนาพยานหลักฐานที่ผู้อุทธรณ์รับรอง สําเนาถูกต้อง ยื่นพร้อมกับหนังสืออุทธรณ์ด้วย กรณีที่ไม่อาจแนบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้ เพราะ พยานหลักฐานอยู่ในความครอบครองของส่วนงาน ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยอื่น หรือบุคคลอื่น หรือเพราะเหตุอื่นใด ให้ระบุเหตุที่ไม่อาจแนบพยานหลักฐานไว้ด้วย และถ้ามีการมอบหมายให้ คําเนินการแทน ก็ให้แนบหนังสือมอบหมายตามข้อ 6 แล้วแต่กรณี พร้อมหนังสืออุทธรณ์ด้วย

4.ระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์

การอุทธรณ์ต้องยื่นภายในกําหนดระยะเวลา ดังนี้

(1) สําหรับผู้ที่ถูกสั่งลงโทษ หรือผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินและ ก.บ. ได้พิจารณา วินิจฉัยอุทธรณ์แล้วจะต้องถูกสั่งเลิกจ้าง ให้ยื่นอุทธรณ์ภายในสามสิบวัน นับแต่วันทราบหรือถือว่า ทราบคําสั่งหรือผลการอุทธรณ์ของ ก.บ. ที่เป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์

(2) กรณีผู้มีสิทธิอุทธรณ์ถึงแก่ความตายก่อนที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์ ให้ทายาทยื่นอุทธรณ์ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้ถูกสั่งลงโทษ หรือผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินและ ก.บ. ได้พิจารณา วินิจฉัยอุทธรณ์แล้วจะต้องถูกสั่งเลิกจ้าง ถึงแก่ความตาย

ผู้มีสิทธิร้องทุกข์

1.ผู้มีสิทธิร้องทุกข์

          ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยผู้ใดมีความคับข้องใจอันเกิดจากการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติต่อ ตนของผู้บังคับบัญชา และเป็นกรณีที่ไม่อาจอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคล และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย ลูกจ้างประจําของส่วนราชการ และได้ดําเนินการตาม ข้อ 57 แล้ว ผู้นั้นมีสิทธิร้องทุกข์ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในประกาศนี้
       การปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติต่อตนของผู้บังคับบัญชาซึ่งทําให้เกิดความคับข้องใจอันเป็นเหตุ แห่งการร้องทุกข์นั้น ต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

(1) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติโดยไม่มีอํานาจหรือ นอกเหนืออํานาจหน้าที่หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอน หรือวิธีการ อันเป็นสาระสําคัญที่กําหนดไว้สําหรับการนั้น หรือ โดยไม่สุจริต
(2) เป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม หรือมีลักษณะเป็นการสร้างขั้นตอนโดยไม่จําเป็น หรือสร้างภาระให้เกิดขึ้นเกินสมควร
(3) เป็นการใช้ดุลยพินิจ โดยมิชอบ
(4) ประวิงเวลา หรือหน่วงเหนี่ยวการดําเนินการบางอย่างอันเป็นเหตุให้เสียสิทธิ หรือไม่ ได้รับสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ในเวลาอันสมควร
(5) ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติอื่นใดที่ไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม

2.แบบคำร้องทุกข์

          การร้องทุกข์ให้ร้องได้สําหรับตนเองเท่านั้น จะร้องทุกข์สําหรับผู้อื่นไม่ได้ และให้ทํา คําร้องทุกข์เป็นหนังสือยื่นต่อ ก.อ.ร. ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบ หรือถือว่าทราบเหตุแห่งการ ร้องทุกข์ตาม
ข้อ 58 คําร้องทุกข์ให้ใช้ถ้อยคําสุภาพและอย่างน้อยต้องมีสาระสําคัญ ดังนี้

(1) ชื่อ ตําแหน่ง สังกัด และที่อยู่สําหรับการติดต่อเกี่ยวกับการร้องทุกข์ของผู้ร้องทุกข์
(2) การปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติที่เป็นเหตุแห่งการร้องทุกข์
(3) ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ผู้ร้องทุกข์เห็นว่าเป็นปัญหาของเรื่องร้องทุกข์
(4) คําขอของผู้ร้องทุกข์
(5) ลายมือชื่อของผู้ร้องทุกข์ หรือผู้ได้รับมอบหมายให้ร้องทุกข์แทนกรณีที่จําเป็นตาม

3.หลักฐานประกอบคําร้องทุกข์

           ให้ผู้ร้องทุกข์จัดทําสําเนาหนังสือร้องทุกข์ และสําเนาพยานหลักฐานที่ผู้ร้องทุกข์รับรอง สําเนาถูกต้อง ยื่นพร้อมกับหนังสือร้องทุกข์ด้วย กรณีที่ไม่อาจแนบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้ เพราะพยานหลักฐานอยู่ในความครอบครองของส่วนงาน ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยอื่น หรือบุคคลอื่น หรือเพราะเหตุอื่นใด ให้ระบุเหตุที่ไม่อาจแนบพยานหลักฐานไว้ด้วย และถ้ามีการมอบหมายให้ ดําเนินการแทน ก็ให้แนบหนังสือมอบหมายตามข้อ 6 แล้วแต่กรณี พร้อมหนังสือร้องทุกข์ด้วย

4.การนับระยะเวลาร้องทุกข์

เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาร้องทุกข์ การนับวันทราบหรือถือว่าทราบเหตุแห่งการ ร้องทุกข์นั้น ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

(1) ในกรณีที่เหตุแห่งการร้องทุกข์เกิดจากการที่ผู้บังคับบัญชามีคําสั่งเป็นหนังสือ ให้ถือ ว่าวันที่ผู้มีสิทธิร้องทุกข์ลงลายมือชื่อรับทราบคําสั่งเป็นวันทราบเหตุแห่งการร้องทุกข์
(2) ในกรณีที่ไม่มีการลงลายมือชื่อรับทราบคําสั่งตาม (1) แต่ได้มีการแจ้งคําสั่งให้ทราบ พร้อมสําเนาคําสั่ง และทําบันทึกวันเดือนปี เวลา สถานที่ที่แจ้ง โดยลงลายมือชื่อผู้แจ้งพร้อมทั้งพยานรู้ เห็นไว้เป็นหลักฐานแล้ว ให้ถือวันที่แจ้งนั้นเป็นวันทราบเหตุแห่งการร้องทุกข์
(3) ถ้ามิได้แจ้งให้ผู้ร้องทุกข์ตาม (2) แต่ได้มีการแจ้งเป็นหนังสือพร้อมส่งสําเนาคําสั่ง ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปให้ผู้ร้องทุกข์ ณ ที่อยู่ของผู้ร้องทุกข์ซึ่งปรากฏตามหลักฐานของ มหาวิทยาลัยหรือทางราชการ ให้ถือว่าผู้ร้องทุกข์ได้รับทราบคําสั่งในวันตอบรับ หากไม่มีการ ตอบรับให้ถือว่าผู้ร้องทุกข์ได้รับทราบคําสั่งเมื่อล่วงพ้นสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้ส่งไปรษณีย์ ลงทะเบียนตอบรับ
(4) ในกรณีที่เหตุแห่งการร้องทุกข์เกิดจากการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติของผู้บังคับบัญชา โดยไม่มีคําสั่งเป็นหนังสือ ให้ถือวันที่มีหลักฐานยืนยันว่าผู้มีสิทธิร้องทุกข์รับทราบหรือควรรับทราบ คําสั่งที่ไม่เป็นหนังสือนั้น เป็นวันทราบเหตุแห่งการร้องทุกข์
(5) ในกรณีที่เหตุแห่งการร้องทุกข์เกิดจากการปฏิบัติ หรือไม่ปฏิบัติของผู้บังคับบัญชา โดยไม่ได้มีคําสั่งอย่างใด ให้ถือวันที่ผู้ร้องทุกข์ควรได้ทราบถึงการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติของ ผู้บังคับบัญชาดังกล่าว เป็นวันทราบเหตุแห่งการร้องทุกข์

ที่ทำการกองกฎหมาย

กองกฎหมาย ชั้น 4 อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย 3 ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์

(*ติดต่อสอบถามข้อมูล*)
น.ส.นิตยา โนจา / น.ส.วีรินทร์รัตน์ มิคะนุช
โทร 0 5394 2655  / 0 5394 2608
เวลา 08.30 – 16.30 หรือ
E-mail : legal.cmu@cmu.ac.th